- 20/09/2005 -
สะใจตัวเอง ไม่ต้องไปเรียน และได้เงินค่าเรียน คืนมาเต็มหน่วย
ปัญหาเดิม ๆ นักเรียนมีไม่พอเท่าที่จะเปิดคลาสได้ เป็นไปอย่างที่ตั้งใจไว้เลย
คลาสนี้ ที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องรีบเรียนก็ได้ ไหนจะกลับไทย และไหนกว่าที่จะเปิดสอบก็เดือนมกราคม ปีหน้านู่น ...
ดีไม่ดี อาจจะกลับมาสอบไม่ทันด้วยซ้ำ
ช่วงนี้ แถวๆรอบๆบ้าน มีกระแส ทอร์คออฟเดอะทาวน์ ของเพื่อนบ้านหลังนึง
คือ ฝ่ายชาย เพิ่งออกตัวว่าเป็นเกย์ทั้งๆที่แต่งงานอยู่กับฝ่ายหญิงมาสามสิบกว่าปีแล้ว
ลูกชายอายุ20 กะสูกสาวอายุ 17 เลยเกิดอาการ อึ้ง แดก
ก็พ่อตัวเองอยู่ๆ ก็พาเอาผัวใหม่เข้าบ้านซะงั้น ทั้งๆที่อายุก็เลย 50 เข้าไปแล้ว ...
ฝ่ายหญิง เท่าที่ฟังมา (เรื่องชาวบ้าน คือ งานของเรา) ก็ช็อคไม่แพ้ลูกๆของตัวเองเหมือนกัน
ฟังๆดูแล้วชวนให้หัวเราะขำๆ แต่ คนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ไม่น่าจะขำออก
อย่างฝ่ายผู้หญิงเนี่ย ช้อคที่สามีตัวเอง อยู่กันมาสามสิบกว่าปี ไม่รู้เลยว่าสามีเธอ มีใจฝักใฝ่กับเพศเดียวกันมาตลอด แล้วยังผลิตทายาทออกมาเชยชมได้ 2คน
ความรู้สึกแรกของเธอ น่าจะเป็น
"ไม่ เป็นไปไม่ได้ ไม่จริง ไม่ ไม่ ไม่ ไม่.... "
นอกจากนั้นยังไม่พอ หลังจากที่ฝ่ายชายเผยตัวเองแล้ว ยังพาเอาคนรักชายคนใหม่ เข้าบ้านด้วย
ช้อคระลอกสอง สาดกระแทกผู้หญิงไปเต็มๆ อีกที ลองนึกถึงความรู้สึกของเธอดู คงจะชวนสยองได้ไม่น้อยทีเดียว
ทางด้านลูกทั้งสอง ดีที่อายุขนาดนี้แล้วจึงพอคุยกันได้ แต่รู้สึกว่าลูกสาวจะมีผลโดนกระทบทางจิตใจอยุ่พอสมควร
เป็นผม ผมก็คงอึ้ง ถ้าหากพ่อผมจะเดินมาบอกว่า เป็นเกย์ และแนะนำให้รู้จักแฟนผู้ชายคนใหม่ของพ่อ ...
นี่แค่คิด ผมก็อึ้งแล้ว
ส่วนความเห็น สำหรับฝ่ายชาย ตอนนี้ มี อยู่ 2 ด้าน
อย่างแรก คือ ต่อต้าน ไม่เห็นด้วย บางคนบอกว่าเป็นผลกระทบของวิกฤติวัยกลางคน เกิดอาการประสาทกลับ
อีกด้านบอกถึงความน่าเห็นใจ ปกปิดตัวเองอยู่ได้ มานานขนาดนี้ เวลาที่ผ่านๆมาคงจะเป็นเวลานรกสำหรับเค้าแน่ๆ
ผมเองให้ความเห็นใจเค้าน่ะ ผมว่าเค้าทำถูกแล้วที่เผยตัวเอง ถึงแม้ว่าจะมาทำเอาตอนสายไปหน่อย แต่อย่างน้อยเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิต เค้ายังสามารถใช้ไปตามใจตัวเองได้
ไอ้เรื่องที่ภรรยากับลูกจะรับไม่ได้ เพียงแค่ใช้เวลาสักหน่อย มันก็จะคลี่คลายลงได้เอง ลูกก็โตที่จะเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ฝ่ายภรรยาก็จะกลายเป็นเพื่อนไป
และเรื่องซุบซิบของชาวบ้านที่จะเข้าหูต่างๆนาๆ มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาและจะผ่านไป เข้าหูซ้านทะลุหูขวา เท่านั้นเอง